Behind Taxation

เบื้องหลังแนวคิดภาษี

ยิ่งกว่าของความแน่นอน คือ ความตาย และ ภาษี

ผมคิดว่า ส่วนตัวแล้ว หลายๆคนก็น่าจะเห็นด้วยกับประโยคข้างต้นนี้ อย่างไรก็ตามผมเองก็เชื่อว่า เราเองก็คงจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะยืดระยะเวลาที่จะต้องเผชิญหน้าทั้งสองสิ่งนี้ หรือ อย่างน้อยที่สุดก็ลดความเจ็บที่จะเกิดขึ้นได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


ในเรื่องแรกนั้น ผมคงพยายามได้ดีที่สุดก็คงเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ และก็หวังว่า DNA ที่มีอยู่กับตัวคงช่วยส่งเสริม และอยู่นานพอที่จะทำให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคตจะดียิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันนี้อีก นอกจากนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง


แต่ว่าเรื่องของภาษีนั่น ผมว่าค่อนข้างน่ากลัวกว่าเยอะถ้าเราไม่พยายามบริหารจัดการเลย โดยปกติแล้วชีวิตของคนชนชั้นกลางทั่วไป คำนวณแล้วอาจเหมือนใช้เวลาตั้งแต่ 15-30 เปอร์เซ็นของทั้งชีวิตทำงานเพื่อจ่ายภาษี ซึ่งถ้าจะคิดดูดีๆ แล้วเหมือนต้องทำงานฟรี รวมกัน 8-15 ปีตลอดชีวิต ฟังดูแล้วเหมือนติดคุกอยู่ซะยังงั้น และดูแนวโน้มแล้วมันคงจะไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไรเร็วๆนี้หรอก

ภาษี คือ เงินของเรา ไม่ใช่เงินของภาครัฐ

ถึงแม้อาจจะฟังดูเหมือนคนเห็นแก่ตัว หรือ ขัดกว่าความเชื่อของหลายๆคนอยู่บ้าง แน่นอนว่าระบบการศึกษาต้องสอนให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการจ่ายภาษีเยอะๆเป็นหน้าที่ของคนดี มีคุณธรรม และแบ่งปันคืนให้กับสังคม


คำถามที่สำคัญก็คือว่า แล้วคนที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีพวกนี้ เขาเสียภาษีกันสักเท่าไรหรือ ? แล้วที่ว่าภาษีนั้นมีไว้เพื่อสังคมที่เท่าเทียม ลดความเลื่อมล้ำนั้น ทุกวันนั้นมันได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกหรือเปล่า หรือว่า คนจนก็ยังคงจนอยู่ คนรวยมีแต่รวยยิ่งขึ้น ขณะที่คนชนชั้นกลางกลายเป็นดูเหมือนคนที่รับภาระหนักมากที่สุดซะมากกว่าในเรื่องนี้


ถึงแม้ว่า การเป็นหนึ่งในสมาชิกของสังคมใดใด ควรจะต้องมีส่วนในการช่วยเหลือส่วนกลางผ่านทางภาษีอยู่บ้าง เช่นไป สร้างถนน โรงเรียน ระบบสาธารณสุข และความปลอดภัยต่างๆ ภาษีเป็นเงินของภาครัฐ แต่ว่าการเชื่อว่า เรามีหน้าที่ทำงานหาเงินเพื่อจ่ายภาษี ภาษีไม่ใช่เงินของเรานั้น และเราเองก็มีสิทธิ์ใช้เฉพาะส่วนที่เหลือๆ หลังจากนำรายได้ที่เราเองทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ไปเสียภาษีแล้วนั้น ดูจะไม่ค่อยยุติธรรมเอาซะเลย ดังนั้นไม่มีใครควรที่จะต้องเสียภาษีมากไปกว่าที่ควรจะต้องเสียตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้แม้แต่นิดเดียว

กฎหมายส่วนใหญ่ ถูกเขียนมาไว้เพื่อ ลดปริมาณภาระทางภาษี มากกว่า

คุณอาจจะไม่อยากเชื่อเรื่องนี้ก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณมีที่ปรึกษาทางการเงิน บัญชี หรือ ภาษี ดีๆสักคน (หมายถึงดีจริงๆนะ ที่เขาตั้งใจที่จะวางแผนการเงินให้กับคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่สนใจว่าจะเก็บค่าบริการคุณได้เท่าไร) ให้คุณลองถามดูก็ได้ว่า ในประมวลรัษฎากรที่กำหนดกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับภาษีทั้งหมดแล้ว จริงๆ ถ้าจะนับจำนวนกันออกมา สัดส่วนข้อที่บอกว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไรอย่างไร กับ จำนวนข้อกฎหมายที่เขียนข้อกำหนด และการยกเว้น หรือ ลดหย่อนภาระภาษีที่ต้องเสียเมื่อทำตามเงื่อนไขบางอย่างแล้ว อันนั้นมีประมาณมากกว่ากัน


คุณอาจจะต้องแปลกใจหากพบว่าจริงๆแล้ว กว่า 90% ของข้อกฎหมายเขียนมาเพื่อกำหนดช่องทางในการลดหย่อนภาษี ยกเว้นภาษีทั้งนั้น แล้วทำไมเราถึงถูกสอนตั้งแต่เด็กจนโต เฉพาส่วน 10% ในเรื่องที่ทำให้เราต้องเสียเงินอยู่ตลอดเวลาด้วยกันล่ะ ทำไมไม่มีใครมานั่งสอนโปรโมชั่นต่างๆที่แอบซ่อนเอาไว้ให้เลย


หรือว่า จะมีแต่เพียงมหาเศรษฐี หรือ นักธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงข้อกฎหมายพวกนี้ได้ ? ก็คงไม่ใช่อีกนั่นแหละ เพราะกฎหมายย่อมใช้บังคับกับทุกคนเหมือนๆกัน แปลว่าที่แตกต่างกันจริงๆ ก็คือ แค่เพียงคำว่า รู้ หรือ ไม่รู้ ก็เท่านั้น

โปรโมชั่นภาษีลวงตาที่ภาครัฐที่บอกความจริงแค่ครึ่งเดียว

แน่นอนว่าบางคนอาจแย้งได้ว่า ไม่จริงนะ ภาครัฐก็มีออกกฎหมายลดหย่อนภาษีเพื่อประชาชนอยู่เป็นประจำในแต่ละปี ซึ่งผมเองก็คงต้องบอกว่าก็จริงอยู่ที่ภาครัฐทำแบบนั้นจริง แต่ในมุมกลับกัน แล้วเขาทำไปทำไหมกันนะ ในเมื่อทำให้เก็บภาษีได้ลดลง ?


ลองมาคิดกันเล่นๆ ก็ได้ว่า เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เจ็บป่วย แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลของรัฐ รายจ่ายของภาครัฐจากการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุขก็จะสูงขึ้นเป็นธรรมดาจริงไหม ? เอ๊ะ แล้วถ้ามีกฎหมายที่บอกว่า จะให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันสุขภาพ ประกันชีวิตสามารถใช้เป็นค่าลดหย่อนทางภาษีได้ ก็ย่อมทำให้เป็นแรงจูงใจที่ทำให้คนหันมาใช้ซื้อประกันมากขึ้นเพื่อดูแลตัวเองหรือเปล่านะ ?


ถ้าประชาชนหลายคนหันไปซื้อประกันมากขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐก็ต้องน้อยลง แถมความเสี่ยงในการบริหารรายจ่ายส่วนนั้นยังตกเป็นของบริษัทประกันอีกด้วย แบบนี้แล้ว การเก็บรายได้จากภาษีน้อยลง เพียง 10 บาท อาจจะสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมของรัฐได้ถึง 1,000 บาทเลยด้วยซ้ำจริงไหม ?


นอกจากนี้ แล้วถ้ามีกฎหมายกำหนดอีกด้วยล่ะว่า เบี้ยประกันที่บริษัทประกันสามารถเก็บจากลูกค้าได้นั้น จะต้องนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาลอีกไม่ต่ำกว่าสัดส่วนหนึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด แปลว่า จริงๆแล้ว เงินก้อนเดียวกันนั้น กลับถูกออกแบบมาให้วนกลับเข้าสู่ระบบเพื่อให้ภาครัฐมีเงินใช้ต่อด้วยซ้ำ หรือว่าไม่จริง !


ผมไม่ได้จะบอกว่าการซื้อประกันสุขภาพ หรือ ประกันชีวิตนั่นไม่ดี จริงๆแล้ว การวางแผนทางการเงินโดยใช้ประกันย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว และการใช้ประโยชน์จากสิทธิในการลดหย่อนภาษีนั่นก็ถูกต้องสมควร เพียงแต่ว่าผมก็แค่ต้องการชี้ให้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้นของระบบเศรษฐกิจบางอย่างที่ถูกออกแบบมาแล้วก็เท่านั้นเอง


ดังนั้นการที่เรายังเชื่ออยู่ว่า ภาษี เป็นแค่เพียงเรื่อง ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ นั่นอาจจะไม่ถูกต้องทั้ง 100% เพราะจริงๆแล้ว ภาษีก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือ ของภาครัฐในการ กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนอยู่ และเราเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็เป็นปัจจัยที่ต้องโดนผลประกบนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

ใครกันที่ควรเสียภาษีมากที่สุด ?

ถ้าผมบอกว่า บางบริษัท ทำรายได้นับร้อยล้านต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว หรือ แม้แต่การจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นก็ไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเลยเช่นกัน คุณจะเชื่อไหมว่าเป็นเรื่องจริง และถูกกฎหมาย ?


จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่เพียงบางบริษัท หรือ ธุรกิจไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถใช้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี ที่รัฐได้ทำการออกแบบกฎหมาย หรือ ข้อกำหนดเอาไว้ ด้วยเหตุผลที่มักจะออกมาในแนวที่เพื่อ เพื่อส่งเสริม หรือ สนับสนุน ธุรกิจในพื้นที่บางแห่ง หรือ ช่วยเหลือในการเติบโตการอุตสาหกรรมในบางกลุ่ม แต่ว่าจริงๆแล้วมีหลากหลายกลยุทธ์ ที่ถูกกฎหมาย ขึ้นอยู่กับว่า รูปแบบธุรกิจของเราเองนั่นเหมาะกับอะไรแบบไหน และสามารถทำอะไรได้บ้างเท่านั้นเอง


ถ้าให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ง่ายขึ้นก็คือ ภาษีเหมือนเรื่องเกมทางธุรกิจระยะยาวมากกว่า ผู้ที่เข้าใจกติกามากกว่า ย่อมได้เปรียบกว่ามือใหม่ หรือ คนที่ไม่สนใจกติกา ดังนั้นความเชื่อที่ว่า คนรวยควรจะเสียภาษีเยอะที่สุด เป็นเรื่องที่ห่างจากความเป็นจริงอยู่มาก และอาจจะไม่มีวันเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ เพราะว่า คนที่จะเสียภาษีมากที่สุด ในวันนี้ และอนาคตต่อไป ก็คือคนที่ไม่รู้จักกติกาพื้นฐาน และวิธีการเล่นเกมนี้อย่างถูกวิธีนั่นเอง

เขียนโดย

คุณ เอกบุณย์ เลิศวิทวัสชัย (เอ็กซ์ตร้า) 

  • เจ้าของบริษัท และนักลงทุน ในธุรกิจต่างอุตสาหกรรมกันกว่า 10 บริษัท
  • ที่ปรึกษาการวางระบบ ERP สำหรับองค์กรขนาดกลาง และใหญ่
  • List วิทยากรรับเชิญเรื่องบัญชี ภาษี ธุรกิจ การเงิน แก่ผู้ประกอบการ SME
  • จัดฝึกอบรมความรู้ทางด้านบัญชี ภาษีมากกว่า 50 รุ่น
  • ขอคืนภาษีให้ธุรกิจตัวเอง และลูกค้านับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยต้องจ่ายใต้โต๊ะแม้แต่ครั้งเดียว

มาร่วมหาวิธีการเล่นเกมภาษีนี้อย่างมืออาชีพกันได้เลยที่

The Company Secrets

หลักสูตร ความลับธุรกิจ...สายขาว

>