About Speaker

เกี่ยวกับวิทยากร

คุณ เอกบุณย์ เลิศวิทวัสชัย (เอ็กซ์ตร้า)


การศึกษา 
• มัธยมปลาย : เตรียมอุดมศึกษา ( สายวิทย์-คณิต <บริหารจัดการ> )
• ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี (ธุรกิจระหว่างประเทศ) @ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
                       BBA (Major : Internatonal Business) @ Lingnan university (HONG KOng)


ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง

  • เจ้าของบริษัท และนักลงทุน ในธุรกิจต่างอุตสาหกรรมกันกว่า 10 บริษัท
  • ที่ปรึกษาการวางระบบ ERP สำหรับองค์กรขนาดกลาง และใหญ่
  • List วิทยากรรับเชิญเรื่องบัญชี ภาษี ธุรกิจ การเงิน แก่ผู้ประกอบการ SME
  • จัดฝึกอบรมความรู้ทางด้านบัญชี ภาษีมากกว่า 50 รุ่น
  • ขอคืนภาษีให้ธุรกิจตัวเอง และลูกค้านับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยต้องจ่ายใต้โต๊ะแม้แต่ครั้งเดียว

ทีมงาน : ช่วยแนะนำตัวหน่อย ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
สวัสดีครับ ผมชื่อ เอ็กซ์ตร้า นะครับ ที่มาจาก "Extraordinary" ที่แปลว่า "พิเศษ" ไม่ใช่ ของแถม หรือ ตัวประกอบ EXTRA อะไรแบบนั้น


ปัจจุบันก็ทำธุรกิจหลายอย่าง แต่ช่วงนี้ก็จะค่อนข้างอยู่กับธุรกิจทางด้านบริการซะมากกว่า ถ้าจะเทียบกับเมื่อก่อนที่เน้นทำพวก Trading ซื้อมาขายไป นำเข้า-ส่งออก โดยเฉพาะบริการที่เป็นลักษณะ B2B (ฺBusiness to Business) ที่ธุรกิจอื่นๆจะต้องใช้อยู่ประจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นบริการทางด้านบัญชีภาษี ด้านไอที ด้านการตลาด เป็นต้นนะครับ

ทีมงาน : ทำธุรกิจหลายอย่างมากเลย ตอนนี้มีอยู่กี่บริษัทแล้ว ?
น่าจะประมาณ 10 บริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย แล้วก็มีที่บางอันที่จดทะเบียนจัดตั้งอยู่ที่ต่างประเทศด้วยครับ

ทีมงาน : เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่เมื่อไร
ธุรกิจแรกที่ทำน่าจะเป็นช่วงมหาลัย ซึ่งก็คือธุรกิจ DROPSHIP ครับ คือ ช่วงนั้นการขายของออนไลน์ยังไม่ได้แข่งขันกันหนักแบบทุกวันนี้ เราไม่มีทุนเริ่มต้นก็ไม่เป็นไร ไม่มีของแค่เดินไปหาร้านขายส่ง โพสรูปใน Marketplace เฉยๆ ยังขายได้ แล้วค่อยมาซื้อจาก Supplier อีกที

ตอนนั้นผมก็เริ่มขายที่ Amazon ซึ่งเป็นเวปขายของออนไลน์ต่างประเทศที่ค่อนใหญ่เลย มีลูกค้าส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แล้วก็ทั่วโลก เราก็แค่เข้าไปเอาภาพจากเวปขายของในจีนมาโพสขายต่อเนี่ยล่ะ ไม่ว่าจะจาก Alibaba Aliexpress ตอนแรกๆ ก็แค่ก๊อปภาพมาโพสต่อ พอมีออเดอร์สั่งมา เราก็ส่งไปบอกให้ Supplier ช่วยส่งให้ลูกค้าเราอีกที ส่วนเราก็กินกำไรเองเฉยๆ จากราคาที่เราตั้งไว้เอง 


พอเรามีออเดอร์เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มคุยแชทกับ Supplier คุยกับโรงงานขอดีลราคาพิเศษ ขอจำกัดรุ่นสินค้าบางอันให้เฉพาะเราขายบ้าง จนเริ่มเป็นธุรกิจหลักตัวแรกของเราตอนที่เราจบจากมหาลัย แล้วก็เปิดเป็นบริษัทแรกเลย

ทีมงาน : ตอนนี้ไม่ได้ทำธุรกิจพวกนี้แล้ว ?
ยังมีทำอยู่ครับแต่ไม่ได้มากเท่าเหมือนกันแล้ว เพราะว่า รู้สึกว่า ธุรกิจบริการ ได้กำไรเยอะกว่าเยอะ ฮาาาาาา


ตอนนี้ธุรกิจเทรดดิ้ง จะเป็นลักษณะ Project มากกว่า แบบถ้าฝ่ายขายมีไปเสนอฝ่ายจัดซื้อพวกบริษัทใหญ่ๆ หรือ บริษัทมหาชนได้ ถึงจะไปสั่งผลิตมาขายให้ตามออเดอร์ที่ต้องการ หรือมี Requirement ให้เราไปช่วยหา Source สินค้าให้ถึงจะทำนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้จะไม่ได้ขาย B2C แล้ว เพราะยังไม่อยากใช้กับ STOCK สินค้าเยอะ ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้วนะครับ เลยเพลาๆ ไว้ก่อน


แต่ถ้าในอนาคตก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะ Know-how เราก็มีอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ไว้อยากกลับมาทำจริงจังก็ค่อยว่ากันอีกทีครับ

ทีมงาน : แล้วหันมาทำธุรกิจทางด้านบริการได้ยังไง ?
ตอนทำเทรดดิ้งอยู่ เราขายของ ทำโฆษณา การตลาดเองด้วย ไม่ได้จ้างเอเจนซี่เลย คนรู้จักก็มีมาขอให้ช่วยบ้าง พอช่วยได้บ้างนิดหน่อยก็มีการแนะนำกันต่อ เลยมีโอกาสในการรับงานจากพวกบริษัทใหญ่ๆ ให้ดูแลแคมเปญการตลาดโฆษณา รวมถึงการรับงานจากหน่วยงานภาครัฐด้วยเช่นกันครับ

ทีมงาน : ธุรกิจทางด้านที่ปรึกษาบัญชีภาษี มาได้ยังไงกัน ?
จริงๆ ก็เริ่มมาจากธุรกิจเทรดดิ้งเหมือนกัน ฮ่าๆ คือ พอเราต้องขอคืนภาษีเยอะๆ จากเรื่องการทำส่งออก และการประมูลทำให้ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมส่วนนี้เยอะมาก เพราะเราเองในฐานะเจ้าของกิจการก็อยากทำให้ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง พอเรารู้เยอะก็อาจจะเริ่มเรื่องมากกับพวกนักบัญชีไปซะหน่อย ก็เลยเหมือน REQUIREMENT ค่อนข้างเยอะ ที่อยากจะทำให้ทั้งถูกต้องด้วย ตรวจสอบได้ง่าย และพร้อมเผชิญหน้ากับสรรพากรได้แบบไม่ต้องกลัวด้วย ทำให้หาสำนักงานบัญชีที่ตรงกับความต้องการเราได้ยากมากๆ

พอดีช่วงนั้นก็มีคนอยากให้เราช่วยดูแลทางด้านบัญชีภาษีให้ และเราเริ่มจากหาผู้จัดการทางด้านบัญชี IN-HOUSE เองด้วยพอ เลยถือโอกาสได้เปิดบริษัท ที่ปรึกษาทางด้านบัญชีภาษีซะเลย และด้วยความที่ตัวเองก็พอจะมีความรู้ทางด้านไอทีอยู่บ้าง ก็เริ่มสามารถรับงานพวกที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางระบบ ERP หรือ ระบบหลังบ้านของกิจการไปได้ด้วยเลยทีเดียว

ทีมงาน : เห็นว่ามี ศูนย์จดทะเบียนธุรกิจ และรับขอใบอนุญาตด้วย ?
ใช่ครับ ก็จะมีให้บริการตั้งแต่ จดจัดตั้ง แก้ไขข้อมูล จนถึง ให้คำปรึกษาในการเลิกกิจการ ควบรวมกิจการด้วย ก็เป็นธุรกิจใหม่ที่พึ่งเริ่มต้นได้ไม่นานครับ แต่ก็มีเคสลูกค้าให้ทำไม่ต่ำกว่า 2-3 ร้อยเคสต่อเดือนเลยเช่นกัน บางรายที่ต้องการเข้ามาปรึกษาเรื่องการจัดวางโครงสร้างบริษัทแบบยากๆหน่อยก็ต้องโยนกลับไปให้ฝั่งบริษัททีมที่ปรึกษาแทนเช่นกันครับ

ทีมงาน : ทำอะไรหลายอย่างขนาดนี้ มั่นใจไหมว่า มีความรู้ และประสบการณ์มากพอที่สอนคนอื่นได้เลยใช่ไหม ?
โอ้ว ถ้าจะให้ตอบกันจริงๆ คือ ไม่เลยครับ ที่ทำธุรกิจอยู่ทุกวันนี้ ถ้าถามทีมงานผมจริงๆ จะรู้ว่า ล้มเหลว ยกเลิกโครงการ ไปแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไร อาศัยเอาที่ว่าเรามีความบ้าพอ และชอบทำมากกว่าครับ เลยทำให้มีโอกาสได้ทำอะไรหลายๆ อย่างจริงๆ

ส่วนเรื่องความรู้ความสามารถนี้ ต้องใช้คำว่า ทั้งครูพักลักจำ ศึกษาเองบ้าง แล้วก็ไปฝากตัวเรียนกับ อาจารย์ผู้มีความรู้ และประสบการณ์จริง หลายๆท่านซะมากกว่า ไม่ได้เก่ง หรือ มั่นใจในความรู้ตัวเองขนาดนั้นครับ

แต่ว่าถ้าไม่นับความรู้เชิงวิชาการ แล้วมาดูบาดแผลที่เกิดจากการลองผิดลองถูก โดนค่าปรับ โดนประสบการณ์จริงอัดน่วมมากนี้ก็ ก็คิดว่ามีเรื่องให้เล่าแบ่งปันประสบการณ์ ฟังสนุกเป็นนิทานเรื่องหนึ่งได้เลยทีเดียว เพราะสุดท้ายแล้วผมก็เป็นอีกคนที่สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากสรรพากรได้เป็นหลักล้าน หรือ จะเป็นภาษี หัก ณ ที่จ่ายหลักหลายแสน โดยไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะสักบาท ที่สำคัญ ไม่ได้ทำให้แค่กับธุรกิจตัวเองได้เท่านั้น แต่ก็ทำให้กับลูกค้าที่ไว้ใจให้เราดูแลได้มาโดยตลอดด้วย ดังนั้นเรื่องถ้าแค่ให้แชร์สารพัดเรื่องระทึกขวัญละก็ ทำได้สบายมากครับ

ทีมงาน : ทำไมถึงได้คิดที่จะทำ หลักสูตร ความลับธุรกิจ...สายขาว ออกมาล่ะ ?
อ้าว ! จริงๆ ทีมงาน เป็นคนบอกให้ผมทำไม่ใช่หรอ ผมเป็นคนเริ่มที่ไหนกันล่ะ ก็อยู่บ้านนั่งดู NETFLIX อยู่ดีๆเถอะ ปกติก็มีเปิดสอนคลาสเบสิคง่ายๆสำหรับมือใหม่เท่านั้น ใครเป็นคนอยากให้สอน ADVANCED ขึ้นมากันแน่ล่ะ ? นี่ก็ยังนั่งสงสัยอยู่เลยว่าจะมีคนอยากเรียนเหรอไงกัน

ทีมงาน : โอเค โอเค เอาใหม่ งั้นจริงๆแล้ว แนวคิดเบื้องหลังของเนื้อหาหลักสูตร คืออะไร ?
อืมมม ก่อนที่ผมจะมาทำธุรกิจเป็นจริงเป็นจัง ผมก็เป็นอีกคนที่สงสัยมาตลอดว่า ทำไมธุรกิจใหญ่ๆโตๆ ชอบทำแบบนี้ ชอบทำแบบนั้นนะ ฟังดูยุ่งยากวุ่นวาย มันมีประโยชน์อะไรกันแน่ จริงๆเราสามารถทำแบบเขาได้เหมือนกันบ้างไหมนะ


ในตอนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ บางปีที่ต้องเสียภาษีเป็นแสน ซึ่งภายหลังมารู้ว่าจริงๆก็มีสิทธิ์ที่เราเองก็ไม่ใช้ ไม่งั้นอาจจะไม่ต้องเสียภาษีสักบาทเลยก็ได้ ก็รู้สึกเสียดายมากไปอยู่เหมือนกัน

พอเรามีโอกาสได้มาร่วมงาน กับ นักธุรกิจเก่งๆหลายคน ซึ่งมีทั้งที่มาเป็นลูกค้าเราบ้าง คู่ค้า หรือ พาร์ทเนอร์เราบ้าง และเนื่องจากเราทำงาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข และข้อมูลของกิจการต่างๆ ทำให้เราเห็นว่า จริงๆ แล้วมันมีความได้เปรียบที่อาจจะเรียกได้ว่า "UNFAIR ADVANTAGE" ในบางธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด มันเหมือนเห็นบางคน ขับจักรยาน แข่งกับ ขับมอไซต์ ในสนามแข่งเดียวกัน ซึ่งพอเราไปดูกติกาดีๆ ก็พบว่า อ้าวจริงๆ เขาก็ไม่ได้ห้ามเราใช้มอไซต์ซะหน่อย


นอกจากนี้ผมก็รู้สึกว่า เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ ที่สามารถสร้างความแตกต่างที่ได้เปรียบทางธุรกิจ จากแค่คำว่า รู้ หรือ ไม่รู้ก็เท่านั้น เพราะธุรกิจบางคนก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์บางอย่างที่ทำให้ ต่อให้มีกำไรเป็นล้าน ก็ไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียวก็ยังทำได้ ดังนั้นก็เลยออกแบบเนื้อหาเพื่อไว้มาแบ่งปันประสบการณ์ และสิ่งที่ได้รู้มาที่เคยนำไปใช้จริงแล้วกับทั้งธุรกิจของตัวเอง และกับลูกค้าของผมเองได้ผลจริงให้กับคนที่สนใจนะครับ

ทีมงาน : คิดว่าจะสอนรู้เรื่องไหม ? มีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรมาก่อนไหม ? คนเรียนจำเป็นฟังภาษายากๆออกด้วยหรือเปล่า?
ฮ่าๆ อาจจะเป็นไม่กี่เรื่องที่ผมค่อนข้างมีความมั่นใจว่าทำได้ดี คือ การพูดภาษาคน เนื่องจากผมเป็นเด็กหลังห้องชอบแอบนอนหลับแต่ไหนแต่ไร ฉะนั้นพวกงานวิทยากร หรือ สอนหนังสือ ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีปัญหาเท่าไร เพราะผมชอบคิดเสมอว่ากำลังสอนให้คนแบบตัวเองอยู่ ถ้ามันฟังยาก น่าเบื่อ ไม่รู้เรื่องเมื่อไร ผมเองเนี่ยล่ะหลับแน่ๆ

ทีมงาน : มีอะไรอยากทิ้งท้ายให้กับคนที่สนใจหลักสูตร ความลับธุรกิจ...สายขาว
ถ้าคุณเป็นอีกคนที่โดนทีมงานการตลาดทำให้หลงกลเข้ามาอ่านถึงตรงนี้ได้ และยังมีความเชื่อมั่นว่าจะได้ประโยชน์จากประสบการณ์ และความรู้เล็กๆน้อยๆที่ผมสามารถแบ่งปันให้ได้ไม่มากก็น้อย ผมสัญญาว่าจะพยายามถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เสมือนหนึ่งว่า จอมยุทธ์กำลังถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้กับอีกคนจนหมดพลังไปเลยทีเดียว แล้วพบกันนะครับ

สนใจลงทะเบียน

หลักสูตร ความลับธุรกิจ...สายขาว

The Company Secrets

>